บล็อกนี้สปอยล์เนื้อหาอย่างละเอียดไปจนจบค่า ถ้าใครไม่อยากรู้หรือว่าวางแผนจะไปดูแต่อยากอ่านรีวิว อ่านได้ใน รีวิว Love Never Dies ความรักไม่เคยตาย นะคะ

กลับมาแล้วค่ะ  ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณ Panang (พะแนงป่าว) แล้วก็คนที่รอพาร์ทสองอยู่ เราหายไปเตรียมตัวสอบให้ผ่านปีหนึ่งมา คล้ายๆ สอบปากเปล่าแหละ เพื่อดูว่าในการเรียนปีแรกนี้เราก้าวหน้าไปถึงไหน ควรได้ต่อปีสองมั้ย ตอนนี้เสร็จแล้วค่ะ เลยมาเขียนต่อให้จบดีกว่า (ยาวมากกก มากกก)

ก่อนเปิดองก์สองก็มี Entr'acte ตามธรรมเนียม เพราะดีค่ะ เป็นรีมิกซ์ของเพลงใน LND ให้ความรู้สึกคล้าย Entr'acte ของ POTO ในแง่ที่ว่าตอนแรกเริ่มอย่างเบาและอ่อนหวานก่อน แล้วค่อยเร็วและเข้มข้นขึ้นในตอนท้าย

แล้วก็เข้าองก์สอง เปิดด้วยทำนองของ Beneath the moonless sky ให้ความรู้สึกหดหู่กดดันดี ฉากเป็นราอูลนั่งกินเหล้าอยู่คนเดียวในบาร์ ออกจะเมาๆ หน่อย ราอูลดื่มจนบาร์เทนเดอร์ต้องบอกว่าพอได้แล้วเหอะ นี่มันก็จะเช้าแล้ว ราอูลก็ไม่ยอม บาร์เทนเดอร์บอก นี่จะทำยังไงกะคุณดีเนี่ย (What to do with you?) ราอูลก็เฮิร์ท บอกว่านั่นแหละประเด็น what to do with me?

(องก์สองเราสงสารราอูลโคตรอะ อารมณ์เค้าเหมือนกับไม่รู้ว่า what went wrong? ทำไมเค้าถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเค้าถึงเหินห่างกับลูกและภรรยา ทั้งๆ ที่ครอบครัวก็น่ารักนะ แต่พอรู้ตัวอีกทีก็เหมือนสายไปแล้ว - เพราะไม่ใช่พระเอกสินะ - -")

แล้วราอูลก็รำพึงรำพันในเพลง Why does she love me? ว่า ทำไมคริสตินถึงรักเขานะ ทั้งๆ ที่เขาทำอะไรให้ไม่ได้สักอย่าง ได้แต่ทำให้เธอเสียใจ คริสตินต้องการเสียงเพลงที่จะทำให้มีความสุขได้ แต่เขาก็ทำให้ไม่ได้ (เสียงราอูลน่าสงสาร มันหมดหวังทอดอาลัยตายอยากไปทุกอย่างเลยแหละ)

จากนั้นเม็กก็เดินเข้ามาในชุดว่ายน้ำ เธอไปว่ายน้ำตอนเช้ามาค่ะ เม็กขอกาแฟจากบาร์เทนเดอร์ (แล้วก็เทเหล้าพรวดใส่แก้วกาแฟ - -" พอกันแหละทั้งราอูลทั้งเม็ก)

เม็กถามราอูลว่า รู้ตัวไหมเนี่ยว่าอยู่ที่ไหน (คงเห็นเมามาก) ราอูลว่า คงนรกละมัง เม็กบอกว่า ที่นี่เขาเรียกกันว่า suicide hall (ชื่อเป็นมงคลนะคะ) เป็นที่ที่คนมาเวลาหมดหนทาง เป็นที่ที่น่าโดดน้ำตาย แต่เธอมาว่ายน้ำ เพราะรู้สึกว่าจะเป็นอิสระและทิ้งความเจ็บปวดทั้งหมดไว้เบื้องหลังได้ แล้วก็บอกว่า ทั้งราอูลและคริสตินไม่น่ามาอเมริกาเลย แม่บอกให้รีบกลับไปเสียเถอะ ทั้งราอูลและลูกเมีย

ราอูลก็ห่วงคอนเสิร์ตคืนนี้ จะให้ทิ้งเงินค่าจ้างจำนวนมากไปน่ะเหรอ เม็กก็ยังยืนยันว่าจะเป็นการดีที่สุดถ้าราอูลกับครอบครัวรีบจากไปเสีย แล้วเธอก็เดินออกไปจากร้าน

เราชอบเม็กฉากนี้นะ มันดูจิตๆ โดยไม่ต้องทำอะไรมาก อาจจะเป็นเพราะเสียงพูดเธอมัง มันดูลอยๆ หลอนๆ ดี

ราอูลตะโกนไล่หลังเม็กไปว่า เขาไม่กลัวแฟนทอมหรอก เคยชนะมาก่อนนี่นา ถ้าแฟนทอมแน่จริง ให้ออกมาเจอกันตัวต่อตัวเลยดีกว่า

ดนตรีคุกคามดังขึ้น ราอูลหันไปอีกทีพบว่าบาร์เทนเดอร์กะเช้าที่มาแทน... คือแฟนทอมนั่นเอง (ขำ นี่งานพาร์ทไทม์ของซีอีโอ?) แฟนทอมถามว่า บอกว่าไม่กลัวใช่มั้ย (ปลื้มเสียงคุณรามินพูดอะ Not afraid of me, you say? เป็นประโยคธรรมดาที่ทำให้ขนลุกได้ ฮา)

ราอูลก็ผวา บอกว่าอย่าเข้ามานะไม่งั้นจะฆ่าแฟนทอมจริงๆ แต่ดูออกว่า ขวัญหนีหมดแล้วล่ะ แกล้งทำเก่งไปงั้นเอง

ตอนนี้ก็เป็นอะไรที่บุคลิกเปลี่ยนอีกแล้ว เพราะใน POTO ทุกคนคงจำได้ว่าราอูลบอกว่าไม่กลัวแฟนทอม คือไม่กลัวจริงๆ ด้วยความกล้าบ้าบิ่นของวัยหนุ่มหรืออยากปกป้องคนที่รักอะไรก็แล้วแต่ แต่ราอูลไม่เคยกลัวแฟนทอม อย่างน้อยก็ไม่กลัวเพื่อตัวเองล่ะนะ

แล้วสองคนก็ดูเอ็ทกันในเพลง Devil take the hindmost ซึ่งเราชอบทำนอง (เนื้อหาเด๋วจะพูดถึงต่อไป) เพราะเราชอบเพลงที่ไลน์ร้องคร่อมๆ ทับๆ กันแบบนี้ (ส่วนตัวมาก ฮ่าๆ) ชื่อเพลงแปลตรงตัวก็คือประมาณว่าใครดีใครได้ ต่างคนต่างก็ต้องดูแลรักษาผลประโยชน์ตัวเอง ถ้าใครพลาดก็แพ้ไปแล้วกัน ทำนองนี้

ตอนนี้คุณรามินคุกคามมากค่ะ (ชอบๆ) บอกว่าถึงเคยชนะก็จริง แต่นั่นมันนานมาแล้ว ดูสิ ราอูลตอนนี้ทั้งขี้เหล้าเมายาหนี้การพนันท่วมหัว น่าสมเพชจริงๆ แฟนทอมเสนอให้พนันกัน ทำนองเพลงมันจะลงท้ายประโยคด้วย Devil take the hindmost ตลอด

ราอูลรับคำท้าโดยที่่ยังไม่รู้เลยว่าพนันอะไร (เมาอะดิ - -") แฟนทอมบอกว่า คริสตินจะได้เลือกคืนนี้ ว่าเป็นของใครกันแน่ (Is she yours or mine?) ถ้าคริสตินยอมร้องเพลงที่แฟนทอมแต่ง ราอูลจะแพ้ (ราอูลสวนว่าไม่แพ้หรอก) และราอูลต้องหายไปจากชีวิตของคริสติน

ราอูลถามว่าถ้าคริสตินไม่ร้อง ถ้าเขาชนะพนันล่ะ แฟนทอมบอกว่า จะปลดหนี้ให้หมด แล้วต่างคนต่างก็เกทับกันว่าชนะแน่ๆ ราอูลบอกว่า ตอนนั้นก็ชนะได้คริสตินมาจากแฟนทอมแล้ว ตอนนี้ก็ยังจะชนะได้อยู่ เรามีลูกชายด้วยกันอีกด้วย - our bond's secure.

ตอนนี้เองที่แฟนทอมเล่นชกใต้เข็มขัดอะ - -" ถามว่า Are you sure? ราอูลถึงกับเหวอ What? แฟนทอมถามอีก Are you so sure?

คงยังไม่ลืมว่าแฟนทอมเพิ่งรู้มาจากคริสตินตอนจะจบองก์ที่แล้วว่ากุสตาฟเป็นลูกของตัวเองไม่ใช่ราอูล ฮีก็เอาเลย เล่นไม้นี้เลย จริงๆ แล้วเราคิดว่าแฟนทอมคงไม่บอกราอูล (ยังไงเค้าก็เป็นพ่อลูกกันมาหลายปีมั้ย จะลุ่มๆ ดอนๆ ไงก็แล้วแต่) แต่ก็นะ...

ราอูลต้องถามว่าแฟนทอมหมายความว่ายังไง แฟนทอมก็ชี้ให้เห็นถึงความสามารถทางดนตรีของกุสตาฟ แล้วก็ซ้ำอีก Is he more you or me?

(สงสารราอูล)

ราอูลบอกว่าแฟนทอมโกหก (แต่คนดูก็เห็นแล้วว่าราอูลเชื่อไปเต็มเปา) ก่อนแฟนทอมออกจากฉากก็ย้ำว่า ถ้าคริสตินไม่ยอมแสดงละก็ ทั้งสองคนก็จะได้ออกจากเกาะไปด้วยกัน แถมยังปลดหนี้หมด แต่ถ้าไม่ร้อง ราอูลจะต้องจากไปคนเดียว

แฟนทอมออกไปแล้วราอูลก็กุมขมับว่าฉันทำอะไรลงไปเนี่ย คอนเสิร์ตคืนนี้แล้ว

เอาล่ะ

ไม่รู้ว่าเป็น feminist streak ในตัวเราหรือยังไง แต่เราไม่ปลื้มกะ plot development องก์แรกว่าไม่ปลื้มแล้ว องก์สองยิ่งกว่า คือที่สองหนุ่มพนันอะไรกันนี้ ได้ถามคริสตินมั่งมั้ย คริสตินไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด ก็ถูกใช้เป็นเดิมพันเฉยเลย ถ้าเราเป็นคริสติน รู้ว่าสามีมีปัญหาเรื่องเงิน รู้ว่าการร้องเพลงนี้ (ไม่ต้องพูดถึงปัญหาเรื่องคนแต่งล่ะ เอาเป็นว่ามารับงานนี้) จะทำให้ได้เงินจำนวนมากพอดู เราก็ต้องร้องมั้ย เราจะรู้มั้ยว่าการร้องเพลงที่แฟนทอมแต่งเป็นการเลือกว่าจะอยู่กับแฟนทอมน่ะ

อย่างนี้เป็นการให้คริสตินเลือกจริงๆ ตรงไหนเนี่ย

เอ้า กลับเข้าเรื่อง หลังจากนั้นก็คั่นฉากโดยเพลง Heaven by the sea (reprise) เป็นเพลงเอ็นจอยหน้าร้อน มาพักผ่อนทิ้งเมืองอันแสนวุ่นวายไว้ ร้องโดยหมู่มวลซึ่งดีไซน์บล็อกกิ้งและคอสตูมแจ่มมาก มีสมุนของแฟนทอมสามคนมาแจมทีหลังในเพลง Ladies...Gents! โดยลอยมาในบอลลูน มีโปรยใบปลิวเชื้อเชิญลงมาให้คนที่อยู่บนชายหาดไปดูโชว์ของคริสติน ซึ่งจะร้องเพลงที่นี่เพียงคืนเดียวเท่านั้น

จากนั้นเม็กก็ออกมาโชว์ในเพลง bathing beauty ซึ่งเป็นเหมือนโชว์ร้องเพลงแถมเดินแบบชุดว่ายน้ำโดยเปลี่ยนชุดว่ายน้ำไปเรื่อยๆ อย่างเร็วมาก (นับถือคนออกแบบคอสตูมอีกแล้ว) โชว์เสร็จเม็กก็ออกมาถามแม่ว่า ได้ดูโชว์ของเธอหรือเปล่า เม็กภูมิใจกับโชว์นี้มากๆ และ "นายท่าน" ก็คงต้องได้ยินเธอร้องเพลงนี้เหมือนกัน

แต่มาดามจิรี่ก็เบรกลูกว่าพอเถอะ ถึงจะทำเท่าไร ทำให้ดีแค่ไหน มันก็คงไม่พอ เม็กถามแม่ว่าหมายความว่ายังไง นี่เขาไม่ได้มาดูเธอโชว์เลยเหรอ มาดามก็บอกว่า คิดว่าอยู่ที่ไหนล่ะ ก็อยู่กับคริสตินน่ะสิ In with her all along ความพยายามของเม็กสูญเปล่าเสียแล้ว

เม็กก็รับไม่ได้ที่แม่บอกว่า พอแฟนทอมมีคริสตินกับกุสตาฟแล้ว เขาก็ไม่ต้องการเราอีกต่อไป - Now he has them, as for us we have both been replaced. (จริงๆ แล้วมันเป็นคำที่เจ็บปวดมากเลยนะ replaced เนี่ย พอเข้าใจเม็กอยู่) เม็กก็กรี๊ดว่า No! แล้ววิ่งออกไป

ตัดไปที่คริสตินหลังเวที ชุดขาวสวยมากกก คริสตินอยู่กับลูก (แฟนทอมยังไม่ได้เข้ามานะที่จริง มาดามมั่วไปบอกลูก แค่อยู่ในหลืบๆ ข้างหลังและไม่ได้ดูเม็กเฉยๆ) คริสตินกำลังแต่งตัวเตรียมแสดงอยู่ ราอูลก็เข้ามา กุสตาฟถามพ่อว่า คืนนี้แม่สวยจังนะว่าไหม ราอูลก็รับ บอกว่า Indeed she does.

(เริ่มสงสารราอูลอีกแล้ว คือจริงๆ นะ มันเหมือนกับว่าตอนนี้ราอูลตั้งใจจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น แต่ดูว่าจะสายไป - เพราะไม่ใช่พระเอก - เหตุผลเดิม ฮา)

แล้วพอราอูลต่อว่า สวยเหมือนครั้งแรกที่พ่อไปเจอแม่ในห้องแต่งตัว โอ๊ยสงสารอะค่ะ T_T คริสตินก็บอกเหมือนกันว่า ดูราอูลสิ ก็เหมือนหนุ่มหล่อคนนั้นใน opera box ที่มักจะโยนดอกกุหลาบแดงดอกเดียวลงมาให้เสมอๆ ราอูลขอให้ลูกไปรอข้างนอก คริสตินก็บอกว่าจะไปเดินดูอะไรๆ ก็ได้แต่ขอให้รออยู่หลังเวที พอแม่ร้องเสร็จแล้วมาเจอกันนะ กุสตาฟรับปาก

ราอูลบอกคริสตินว่า ตั้งแต่วันแต่งงานเหมือนมันจะมีอะไรๆ ที่ผิดพลาดไป เขาเองก็ไม่ภูมิใจนักที่ทำตัวแบบนี้ (คริสตินพยายามบอกว่าไม่เป็นไร) ถึงเขาจะไม่มีสิทธิขออะไรเธอ แต่ก็ขอร้องสักอย่างเถอะนะ if you love me as I love you

(สงสารราอูล พูดเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย)

คริสตินบอกว่า Anything, darling (ให้มันจริงเถอะ) ราอูลก็ขอว่าอย่าร้องเพลงเลย คริสตินก็ตกใจ ราอูลบอกว่าเจ้าปีศาจนั่นล่อให้เราเล่นเกมของมันมาตลอด แต่คริสตินก็บอกว่าเธอจำเป็นต้องร้องเพลงนี้จริงๆ (เอาล่ะ ตรงนี้ยกประโยชน์ให้ก็ได้ว่ามันเหมือนคริสตินก็รอโอกาสที่จะได้ร้องเพลงที่แฟนทอมแต่งอีกครั้ง แต่คริสตินก็ไม่รู้อยู่ดีนี่นาว่าถ้าร้องแล้วจะถือเป็นการเลิกกับสามีน่ะ เหอๆ)

ราอูลสัญญาว่าคริสตินจะได้ผู้ชายคนเดิมที่เธอแต่งงานด้วยคืนมาแน่ๆ แต่เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ถ้าเธอยังรักเขาอยู่ เขาจองตั๋วกลับเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ออกจากฉากไป ทิ้งให้คริสตินวุ่นวายใจอยู่

แปะคริสตินกะราอูลหน่อย (ใหญ่ไปป่ะ ลำเอียง? 55)

 

แฟนทอมก็เข้ามาค่ะ และบอกคริสตินว่าตัวราอูลเองก็รู้ว่าความรักของเขานั้นมันไม่พอ คริสตินควรได้สิ่งที่ดีกว่านี้ บอกว่า It's time to leave him in the dust. (ใจร้ายง่าแฟนทอม) ถึงเวลาเป็นคนที่ควรเป็น ทำสิ่งที่ควรทำมาตั้งนานได้เสียที แล้วเขาก็จะได้ยินเธอร้องเพลงอีกครั้ง การร้องเพลงนี้แหละจะเติมเต็มทั้งเขาและคริสตินได้ (แฟนทอมใส่สร้อยให้คริสตินด้วย ใหญ่เกิ๊น ไม่ค่อยสวยอะ)

อีสร้อยที่ว่า

 

(เสียงคุณรามินตรงนี้ดีไม่ไหวแล้วค่ะ ทำนองซ้ำตรง Till I hear you sing once more ตอนที่ร้องว่า Tonight, for me, embrace your des...ti...ny. Let me hear you sing... once more. มันเพราะเลิศที่สุดดด)

คริสตินในห้องแต่งตัวกะแฟนทอมในหลืบ

 

แล้วก็มีคนมาเรียกคริสตินว่าได้เวลาออกไปแล้ว ตรงนี้ลอร์ดรีไซเคิล Twisted every way มาค่ะ ซึ่งคงจำได้ว่าใน POTO เป็นตอนที่คริสตินสับสนที่ราอูลมาขอร้องให้ทำตามแผนเอาตัวไปล่อให้แฟนทอมถูกจับ จนสุดท้ายก็ยอมทำไงคะ ที่บอกว่า I know I can't refuse and yet I wish I could. แต่ตอนนี้เอามาใช้ว่าจะทำตามที่ราอูลขอ หรือแฟนทอมขอดี

เรากลับมาสงสารราอูลอีกแล้วง่ะ (หลังจากปลื้มหลงไปกะเสียงคุณรามินเมื่อกี้ ฮา) เพราะหลังจากท่อนนั้นของคริสตินแล้ว ใน POTO ราอูลจะต้องร้องว่า Christine, Christine, don't think that I don't care, but every hope and every prayer rests on you now. คือมันเป็นท่อนที่บ่งบอกความเป็นราอูลได้มากเลย พยายามปลอบคริสตินว่าไม่ใช่ไม่รักนะถึงได้ขอให้เอาตัวออกไปล่อให้แฟนทอมติดกับยังงั้น แต่เขาฝากความหวังไว้ที่เธอทุกอย่าง จะได้อยู่ต่อด้วยกันหรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับว่าแผนจะสำเร็จไหมเนี่ยแหละ

แต่ใน LND ลอร์ดรีไซเคิลมาให้แฟนทอมกับราอูลแบ่งกันร้องคนละท่อน คือราอูลยังร้อง Christine, Christine, don't think that I don't care. แต่แฟนทอมร้องต่อว่า But every hope and every prayer rests on you now. คือ เรายังรู้สึกว่านี่เป็นเพลงของคริสตินกับราอูลน่ะ มันเป็นเพลงแสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจของเขาสองคน (เพื่อไปจับแฟนทอม nonetheless) พอได้ยินแฟนทอมร้องท่อนนั้นแล้วมัน... ช้ำใจแทนราอูลอย่างบอกไม่ถูก T_T

บล็อกกิ้งประมาณนี้

คริสตินก็ก้าวออกไปยืนบนเวที ชั่งใจว่าจะร้องเพลงดีหรือไม่ ตอนนี้เป็นเพลง Devil take the hindmost แบบ quartet ค่ะ (มีมาดามจิรี่มาร่วมด้วย และกุสตาฟฮัมทำนอง ยังเดินดูโน่นดูนี่อยู่หลังเวทีอยู่) คือแฟนทอมก็ร้องว่า คริสตินจะยอมร้องเพลงหรือว่าหนีไปหนอ คริสตินกำลังคิดอะไรอยู่ ราอูลก็ขอร้องให้คริสตินหยุดการแสดงเสียเถอะ ทั้งสองคนต่างขอให้ทำเพื่อลูกของเรา ส่วนมาดามก็สงสัยว่า คริสตินอาจจะไม่กล้าพอ หรือไม่เสียงก็อาจจะไม่ดีเหมือนก่อนแล้ว เธอกับลูกจะได้สิ่งที่สมควรได้เสียทีไม่มีแม่คริสตินมาชุบมือเปิบ เหอๆ

แต่เราทะแม่งๆ ตอนแฟนทอม ราอูล กับมาดามประสานเสียงว่า One last chance to get what's mine อะ คือมาดามนี่พอเข้าใจว่าหวังทรัพย์สมบัติแฟนทอม แต่แฟนทอมกับราอูล? เหมือนคริสตินกับลูกเป็นสิ่งของยังไงชอบกล (feminist streak อีกแล้ว พอๆ)

ตอนจะจบเพลง มาดามก็พูดว่า หวังว่าเสียงร้องของคริสตินคงจะสมกับความตาบอดของแฟนทอมที่ละเลยเธอกับลูกมาตลอด แต่พอจบเพลงจริงๆ กลับเป็นเสียงเม็กหลอนขึ้นมาว่า Devil take the hindmost

แล้วคริสตินก็ร้องเพลง Love Never Dies ชื่อเดียวกับละครเนี่ยแหละ เพราะมากเลย เซียร์ร่าร้องดีมากกก ข้างล่างคือที่เธอร้องโชว์ในงานก่อนละครเล่นค่ะ ร้องเฉยๆ แต่ในละครนี่ใส่อารมณ์เต็มที่เลย แน่นอนว่าพอจบคนในโรงละครก็ปรบมือกึกก้องให้ด้วยความเต็มใจ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงด้วยค่ะ ฮา ประมาณว่าประสบความสำเร็จ คริสตินก็โค้งรับเสียงปรบมือของคนในโรงละคร (คือพวกเราแหละ) ด้วยสีหน้าปลื้มใจ

แฟนทอมก็เข้ามายินดี What a triumph you gave me tonight! (ตกลงนี่คริสตินร้องส่งเสริมอีโก้แฟนทอม? - ผิดวิสัยเราอีกละ เหน็บแฟนทอมตลอดๆ ความจริงเรารักแฟนทอมนะ ฮ่าๆ แต่เป็นแฟนทอมใน POTO) คริสตินก็มีความสุขมากเหมือนกัน บอกว่าเพลงเพราะเหลือเกิน The song was beautiful... and I felt beautiful.

คิดว่าตรงนี้บทพยายามจะบอกกลายๆ ว่า ที่คริสตินเลือกร้องเพลงก็เท่ากับว่ายอมรับใจตัวเองว่ารักแฟนทอม เพราะถ้ารักราอูลคงยอมทิ้งทุกสิ่งอย่างแล้วเอาลูกตามไปแค่เพียงราอูลขอร้องเท่านั้น (แต่ถ้าดิฉันเป็นคริสตินที่ practical ด้วยและรักสามีด้วยเนี่ย ร้องเพลงเสร็จแล้วค่อยพากันออกจากเกาะก็ยังไม่สายนะ - อย่าลืมว่าคริสตินไม่รู้เรื่องพนัน - ถ้าออกไปเลยแล้วเอาไรกิน หนี้การพนันอีก ไม่รู้นี่ว่าไม่ร้องแล้วจะปลดหนี้หมดอะ ตรงข้ามต่างหาก คือร้องแล้วได้เงินให้สามีใช้หนี้) 

แล้วคริสตินก็ได้จดหมายลาจากราอูลค่ะ ขึ้นต้นว่า My dearest wife... เป็นเสียงคริสตินอ่าน แล้ว voice over มาเป็นเสียงราอูล เรียกคริสตินว่า Little Lotte เหมือนที่เคยเรียกเมื่อครั้งเด็กๆ ขอให้อภัยให้เขาด้วย แต่ทั้งคู่ที่เคยเป็น romantic idiots ที่โรงละครโอเปร่าในปารีสนั้นไม่มีอีกแล้ว 

เรางี้นั่งสงสารราอูลน้ำตาแทบไหลตั้งแต่ที่เรียกคริสตินว่า Little Lotte ในจดหมายแล้ว (ไม่รู้ว่ามันเป็นความตั้งใจหรือเปล่าให้คนดูสงสารราอูล ความจริงแฟนทอมน่าจะเป็นฝ่ายน่าสงสารกว่ามาตลอด แต่ตอนนี้เราสงสารราอูลนี่) ราอูลบอกว่าขอให้ your Angel of Music ช่วยดูแลต่อจากนี้แล้วกัน ยิ่งตอนลงท้ายว่า Yours in regret นี่สงสารราอูลมาก  

เอาเป็นว่าราอูลหมดบทบาทแต่เพียงเท่านี้ (จะจบเรื่องละ ฮา)

แล้วคริสตินก็หากุสตาฟไม่เจอ ทั้งๆ ที่บอกให้รออยู่หลังเวทีนี่นา แฟนทอมโทษราอูลทันทีว่าต้องลักพาตัวลูกชายไปแน่ (แฟนทอมอ่า - -") เขาเรียกลูกสมุนมาสั่งว่าให้ปิดท่าเรือให้หมด เล่นเส้นสายอะไรก็ได้เพราะมีคนติดหนี้บุญคุณเยอะ ไม่ให้ราอูลออกจากเกาะ แต่ลูกสมุนบอกว่า เห็นมากับตาตัวเองว่าราอูลออกไปคนเดียว แฟนทอมย้ำถามให้แน่ใจ

แล้วแฟนทอมก็คิดว่าคงเป็นมาดามจิรี่แน่ที่พากุสตาฟไป และสั่งให้ไปพาตัวมาดามมา แต่นางบอกว่านึกว่านางเป็นคนเอาตัวเด็กไปได้ยังไง ก็รู้ทั้งรู้ว่าเป็นลูกของแฟนทอม ใครจะซื่อสัตย์ไปกว่านางอีก

เราแอบสงสารมาดามเล็กๆ เหมือนกันตอนที่บอกว่า ที่ผ่านมาก็เป็นแม่ให้ทั้งกับแฟนทอมและคริสติน ไม่น้อยไปกว่าที่เป็นให้เม็กนั่นแหละ คือ บางทีก็อาจจะแค่อยากได้ appreciation บ้างกระมัง (สมบัติด้วยก็ดี ฮา)

แฟนทอมก็วุ่นวายตามหาลูก ร้องเรียกไปทั่ว แต่ลูกสมุนอีกคน (ผญ ที่ชื่อเฟล็ค) ก็มาบอกว่า เห็นกระจกในห้องแต่งตัวเม็กแตกไปหมด แถมเม็กยังพาใครไม่รู้ตัวเล็กๆ ออกประตูไป มาดามบอกว่า เม็กคงไม่ทำอันตรายกุสตาฟหรอก แฟนทอมก็บอกว่า รู้ละเม็กพากุสตาฟไปไว้ที่ไหน

ทุกคนก็ออกวิ่งตามหาอีก ทักคนผิดบ้างอะไรบ้าง คิดว่าเป็นกุสตาฟ แฟนทอมบอกว่าให้รีบไปที่ท่าเรือ (ตอนนี้แสงสีสวยมาก เน้นหมอกๆ และสาดไฟฟ้า แต่คือ พอไม่ฉาย projection ก็เห็นชัดว่าเซ็ทติ้งมันไม่มีอะไรเลยจริงๆ นะ ใช้แสงสีช่วยอย่างเดียว) 

ตัดมาที่เม็กกับกุสตาฟ กุสตาฟพยายามขอร้องเม็กว่าอยากกลับไปหาแม่ แต่เม็กเหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พร่ำบอกแต่ว่า ทะเลจะช่วยชะล้างทุกอย่างออกไปได้ ทิ้งความเจ็บปวดไว้เบื้องหลัง (ก็ซ้ำทำนองตอนที่คุยกับราอูลในบาร์) ตรงนี้บทก็ไม่สุดยังไงๆ พิกล คือก็ไม่ได้รู้สึกว่าเม็กบ้าจนหลุดไปเสียทีเดียว อาจจะเป็นอารมณ์ชั่ววูบด้วย

กุสตาฟบอกว่าว่ายน้ำไม่เป็น เม็กก็บอกว่า ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวทุกอย่างก็จะจบลงแล้ว sink into the deep, blue and cool and kind, then drift off to sleep...

ความรู้สึกส่วนตัวเราเนี่ยนะให้เม็กเสียสติไปเลยดีกว่า เพราะถ้าไม่บ้านี่เราคิดไม่ออกว่าเม็กว่าการที่กุสตาฟตายจะทำให้แฟนทอมรักเธอหรือว่าให้ความสำคัญกับเธอมากขึ้นได้ยังไง เพราะคริสตินก็ยังอยู่ ถ้ากุสตาฟหายไปแฟนทอมจะหันมามองเม็ก โดยตรรกะอะไร?

พวกแฟนทอมวิ่งตามมาพอดี แฟนทอมตะโกนบอกให้ปล่อยเด็ก แต่เม็กควักปืนออกมา บอกว่าอย่าเข้ามาใกล้อีกแม้แต่ก้าวเดียว เธอคิดมาตลอดว่าจะทำยังไงให้แฟนทอมหันมามองบ้าง ดูเธอตอนนี้สิ!

(เนี่ย ไม่ให้บ้าไงไหว)

แต่เม็กก็น่าสงสาร คือเนื้อเพลงมันจะประมาณว่า เธอตามแฟนทอมมาที่นี่ ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองก้าวหน้าในอาชีพ ทุกอย่างนั้นคือ ทุกอย่างจริงๆ อะค่ะ น่าสงสารเลยตอนร้องว่า I gave what they would take! I gave it for your sake!

ระหว่างที่เม็กพร่ำเพ้อไปนั้น กุสตาฟได้แอบไปหาแม่เรียบร้อยแล้ว เหอๆ เราชอบที่รีไซเคิลทำนอง bathing beauty ที่เป็นโชว์ของเม็กมาให้เธอร้องตอนนี้ ที่บอกว่าบางทีก็ต้องเอาตัวเข้าแลก ทุกอย่างก็เพื่อให้ธุรกิจของแฟนทอมดำเนินไปได้ด้วยดี แฟนทอมเองก็เพิ่งมารู้ตอนนี้ว่าเม็กต้องใช้ร่างกายเข้าแลกกับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นใบอนุญาต หรือเวลาติดหนี้ หรือแม้แต่ให้หนังสือพิมพ์ลงข่าวโปรโมตสถานที่ของแฟนทอม แล้วใครกันที่ยังร้องยังเต้นอยู่ เพื่อหวังว่าแฟนทอมจะหันมามองสักครั้ง ชอบเนื้อตอนนี้มากเลย Who kept dancing, hoping you would save her? Who kept dying, and this is what you gave her! ชอบเสียงเม็กตอนร้อง dying อะ มันตายจริงๆ ตายทั้งเป็น

แล้วเม็กก็หันปืนมาที่ตัวเอง แฟนทอมพยายามขอปืนมา (ตอนนี้ไม่โกรธแล้วค่ะ เสียงปลอบมาก) บอกว่าโทษเขาเถอะที่มองไม่เห็นเลยว่าเธอทำอะไรบ้าง แต่เขายังเห็นความงามภายใต้นั้น (Ah, but me, I can see all the beauty underneath...I still know, there is beauty underneath.)

แฟนทอมพยายามปลอบต่อโดยบอกว่า บางทีความงามมันก็ไม่ได้ฉายออกมาให้เห็น เพราะเรา... เป็นอย่างคริสตินไม่ได้ทุกคน - We can't all be like Christine.

...

พลาดแล้วค่ะแฟนทอม พอพูดชื่อคริสติน เม็กก็บ้าขึ้นมาอีก บอกว่าอะไรๆ ก็คริสติน แล้วปืนก็ลั่นใส่คริสติน

ตรงนี้มันไม่ได้ดูเหมือนเม็กตั้งใจยิงนะ เหมือนมันเกิดขึ้นเร็วมากเลย และคริสตินเป็นคนที่โดน พอยิงเสร็จเม็กก็ตกใจมาก บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจ (เหมือนกับว่าบทตอนนี้บอกว่าเม็กคลั่งไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบและจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร - มี beauty underneath อย่างที่แฟนทอมว่า)

แฟนทอมรีบร้องบอกให้มาดามจิรี่ไปตามหมอมา กุสตาฟร้องเรียกหาพ่อ ทำไมพ่อไม่อยู่ที่นี่ล่ะ (สงสารอะ) ตอนนี้คริสตินที่แฟนทอมประคองอยู่ก็บอกว่า พ่อที่แท้จริงของลูกน่ะ... แล้วก็ร้อง Look with your heart ซ้ำค่ะ ให้ใช้ใจมอง (ณ จุดนั้นเม็กนั่งทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองอยู่ห่างๆ)

กุสตาฟที่เกาะแม่อยู่ก็กรีดร้องว่าไม่ แล้วก็หนีมาเกาะเสาท่าเรือร้องไห้อยู่ (จริงๆ แล้วบล็อกกิ้งนี่มันเพื่อให้ซีนแฟนทอมน่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก) แฟนทอมก็กอดคริสตินแน่น (ตอนนี้มันเศร้ามาก จริงๆ นะ แต่เราก็ไม่ค่อยเศร้า - เอ๊ะยังไงน่ะ - แต่คนร้องไห้กันเยอะอยู่ในโรงละคร) ดูเอ็ทซ้ำเพลงทำนอง Once upon another time จากองก์หนึ่ง บอกว่า Once upon another time, เรื่องของเรามันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาเหลือ และเรื่องของเราก็ต้องจบลงแล้ว ยังมีเรื่องลูกอีกด้วย จะทำยังไงดี

คริสตินจึงบอกว่า ก็แค่ใช้ชีวิต และรักต่อไปเท่านั้น Just love, just live เนื้อตรงนี้ฉลาดนะ เพราะคริสตินจะบอกว่า and give what you can give และรับเอาความรักที่แฟนทอมสมควรจะได้รับมาตั้งนานซะที - and take the love that you deserve.

แต่แฟนทอมจะบอกว่า just give all that I have, and take what little I deserve คือทุ่มให้หมด ไม่ใช่แค่ให้เท่าที่ให้ได้ และขอรับเอาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ต่อจากนั้นคริสตินที่ใกล้ตายเต็มทีก็บอกให้แฟนทอมเข้ามาใกล้ๆ (ดนตรีตอนนี้รีไซเคิล Till I hear you sing once more มาค่ะ ซึ่งมีประสิทธิภาพนะ เพราะมันคือเพลงที่แฟนทอมร้องคิดถึงคริสตินมาตลอด แต่ตอนนี้คริสตินเอามาร้อง) บอกให้แฟนทอมจำไว้ว่า ความรักไม่มีวันตาย Love never dies และขอให้จูบเธอเป็นครั้งสุดท้าย

แล้วเธอก็ตายไป คุณรามินตอนนี้เล่นเศร้ามากกก ด้วย body language (กับดนตรีที่ช่วยกันบิลด์) ก็กอดคริสตินแน่นเลยค่ะ

อ่า ต่อจากนี้มันแปลกนิดนึงตรงที่ แล้วแฟนทอมก็ค่อยๆ ส่งร่างคริสตินให้เม็กประคองไว้ (คือแบบ อาจจะสื่อว่าไม่ผูกใจอาฆาตกัน และเชื่อว่าเม็กไม่ได้ตั้งใจจริงๆ) หลังจากนี้จะไม่มีพูดหรือเพลงร้องแล้วค่ะ มีแต่ทำนองบรรเลงและนักแสดงใช้อวัจนภาษากันไป (ต๊าย ยังจำได้นะคำนี้ ใครจำได้มั่ง ตอนเรียนภาษาไทย)

กุสตาฟพยายามจะถอดหน้ากากแฟนทอมออก ตอนแรกแฟนทอมก็ไม่ยอม (กุสตาฟเคยกรี๊ดมาแล้วตอนเห็นหน้าใต้หน้ากากเป็นครั้งแรกไง ท้ายองก์หนึ่ง) แต่กุสตาฟก็ค่อยๆ ยื่นมือไปถอดอีกครั้งหนึ่ง วางลงบนพื้น แล้วกอดพ่อค่ะ แฟนทอมลังเลอยู่นิดหนึ่ง แล้วก็กอดตอบ พ่อลูกกอดกันแน่น (เม็กก็ยังประคองคริสตินอยู่กับพื้น)

แล้วก็จบค่ะ

อืม เพราะมันเป็นละคร กุสตาฟเลยสามารถรับความจริงว่าแฟนทอมเป็นพ่อได้ภายในเวลาสามนาทีที่ดนตรีบรรเลงเท่านั้นค่ะ ฮา แล้วก็ไม่ถามถึงราอูลผู้ซึ่งเป็นพ่อมาตลอดนี้อีก (สงสารราอูลซะอีกหน่อย) อาจจะเป็นเพราะว่า ใช้ใจมองไปแล้ว ก็แน่ใจว่าแฟนทอมเป็นพ่อจริงๆ ละมัง

ตอนจบมันไม่มีความเชื่อมโยงอะไรกับฉากเปิดมาอะ คือเราก็อยากรู้นะว่าแล้วทำไม Phantasma ถึงได้เสื่อมโทรมขนาดนั้น ทำไมเฟล็คถึงต้องเดินขาเขยกอีก (ตอน Phantasma ยังรุ่งเรืองเธอใส่เหมือนเครื่องพยุงขาซึ่งสวยดีมาก แฟนทอมน่าจะทำให้ ความจริงบทลูกสมุนแปลกๆ สามตัวของแฟนทอมนี่น่าสนใจออกนะ แต่มันไร้ซึ่ง character development ใดๆ ลูกกระจ๊อกยังไงก็ยังงั้นตั้งแต่ต้นจนจบ) แฟนทอมไปอยู่ที่ไหน กุสตาฟเป็นยังไง (หรือลอร์ดจะทำภาคสาม โอ้ไม่นะ)

ลอร์ดเลือกจะนำเสนอ Love never dies โดยให้คริสตินตาย แต่ความรักของแฟนทอมยังคงอยู่ อันนี้เราก็แอบคิดเล่นๆ ว่าเราชอบฉากจบของหนังมากเลยนะ ที่ราอูลแก่แสนแก่ มาประมูลของ แล้วก็ไปเยี่ยมหลุมศพคริสติน ซึ่งอยู่ไปจนแก่เหมือนกัน แต่ตายก่อนราอูล เป็นภรรยาและแม่ที่ดีตลอดชีวิตของเธอ แล้วก็ไปเห็นดอกกุหลาบสีแดงดอกเดียวที่คนวางไว้ที่หลุมศพคริสตินให้ก่อนน่าจะเป็นแฟนทอมนั่นน่ะ

นั่นก็เป็น Love never dies ได้เหมือนกันนะ คือแฟนทอมก็ยังรักคริสตินและคิดถึงอยู่เสมอๆ แต่ก็คิดว่าเธอคงมีความสุขกับทางที่เลือกแล้วโดยไม่ต้องแย่งคืนมา

มันเป็นสปอยล์ที่ยาวมากเลยนะคะ :P พิมพ์จนเหนื่อยเลยทีเดียว (เห็นป่ะเลยต้องมาทำตอนว่างหน่อยไง 55)

ปิดท้ายด้วยรูปนี้นะ คุณรามินหล่ออ่า (แต่รอยยิ้มแบบนั้นมันควรอยู่บนหน้าแฟนทอมหรือคะ)

  

ปล. ขอบคุณทุกรูปจากเว็บออฟฟิเชียลค่ะ