2006/Nov/22

ทิ้งบล็อกร้างมานมนาน...กลับมาแล้วก็ยุ่งๆ ต้องเขียนบทความภาษาไทยโดยเท้าความจากdissertationตามเรื่องรับปริญญาทางโน้น ซึ่งเรารับ in absence เพราะขี้เกียจกลับไปอีก (คิดเอาเองว่าใบปริญญาให้เค้าส่งมาบ้าน ซึ่งเค้าก็ไม่คิดเงินอยู่แล้วดีกว่าเสียตังค์ค่าตั๋วเครื่องบินไปรับเอง) นี่ก็เพิ่งได้ใบปริญญามาสดๆ ร้อนๆ กับทรานสคริปต์ (อันนี้เสียเงิน ใบละเจ็ดปอนด์ ใบต่อไปหนึ่งปอนด์ ฮ่าฮ่า) คณะกรรมการเพิ่งอนุมัติให้เราจบเดือนตุลานี่เองนะ แล้วก็รับปริญญา in absence ไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกา

บล็อกนี้ก็ตั้งใจจะอัพระลึกชาติถึงเมื่อตอนอยู่ที่โน่นเรื่อยๆ ไป...รายสะดวก มีรูปมีอะไรมากมายที่อยากอัพ แต่ก็ต้องอัพดีเลย์เพราะชีวิตการเรียนที่โน่นไม่เปิดโอกาสให้เราทำอะไรมากนัก นอกจากอ่านหนังสือ เตรียมพรีเซนต์ เขียนเรียงความ พอคนเรามันต้องทำอย่างนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ความเครียดก็ย่อมบังเกิด

เลยอยากอัพย้อนความหลังว่าเมื่อตอนเราเครียดๆ ตอนอยู่ที่โน่น เราทำอะไรบ้าง

แต่ก่อนหน้านั้น...ซุปมีหน้า profile ของตัวเองที่เว็บคณะแล้ว! (แสดงว่าคงยังไม่ย้ายไปสอนที่แมนเชสเตอร์สินะซุป) สำหรับรีเควสท์มากมาย (เรอะ?) คุณสามารถเห็นหน้าซุปสุดโหดได้แล้ว ณ บัดนี้ ฮ่าฮ่า http://www.intstudies.cam.ac.uk/staff/suzuki-shogo.htmlมาปีนี้ซุปก็ได้นักเรียนไทยไปไว้ในความดูแลอีกหนึ่งคน (มีนักเรียนไทยเรียนคอร์สนี้เท่าปีที่แล้วเปี๊ยบคือสองคน) แถมฝากน้องมาบอกเราด้วยว่า เขียน dissertation ดีนะ ทีตอนเจอหน้าล่ะไม่เห็นชมบ้างเล้ย

พอแต่เพียงเท่านี้ก่อนจะไม่ได้เข้าเรื่อง วิธีแก้เครียดเหล่านี้ใช้ได้ผลดีกะเราน่ะนะ ใครจะเอาไปใช้ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ อิอิ ใช้ซะก่อนจะเครียดจนนอนไม่หลับอย่าง house mate เรา บางคนน่ากลัวกว่านั้นอีก เพื่อนของเพื่อนมีรอยกรีดที่แขนเป็นสิบๆ ได้ความว่าเครียดจัดเลยกรีดตัวเอง สยองพิลึก

เมื่อเครียด เริ่มคิดเรียงความไม่ออก หนังสือกองเป็นตั้งต้องอ่านแต่ในใจมันขี้เกียจ! เราจะ...

1. หาของกิน ไม่ใช่ทำกับข้าวนะ ยิ่งเหนื่อยๆ ต้องคิดต้องเขียนอะไรนี่เราจะไม่อยากทำกับข้าวเลย (ทำทีปาเข้าไปครึ่งชั่วโมงแล้วแถมเหนื่อยกว่าเดิมอีก) ของกินในที่นี้คือ ขนมอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ติดห้องอยู่เวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นหนมปัง เค้ก ช็อกโกแลต มัฟฟิน ให้เกิด sugar rush สมองแล่น แถมเวลาได้เคี้ยวได้กลืนเนี่ยมันจะรู้สึกแฮปปี้ขึ้น

คือรูปนี้ไม่เกี่ยวแต่อยากแถมให้ อิอิ น้ำชาบ่ายที่แกรนเชสเตอร์

2. เปิดเพลงให้ดัง ใส่เฮดโฟนก็ได้ถ้าที่บ้านผนังบาง อันนี้เราใช้ตอนที่อ่านหนังสือไปจนเบื่อมากๆ กับความเงียบ ก็เปิดเพลงแล้วก็รู้สึกดีขึ้นนะ บางทีแหกปากร้องตามอีกตะหาก (ไม่ควรอีกเหมือนกันถ้าที่บ้านผนังบาง) ตอนนั้นเคยเปิดประตูห้องออกมา สำรวจไปรอบๆ เพราะกลัว house mate ด่า house mate ห้องข้างๆ เปิดประตูออกมาพอดี สบตากันปิ๊ง เราถามว่า ห้องเราเปิดเพลงดังไปมั้ย จริงๆ อยากถามว่าเราร้องเพลงดังไปมั้ย ฮ่าฮ่า house mate บอกไม่ ยูช่างเป็น house mate ที่เงียบเรียบร้อยน่ารักจริงๆ โอววว โชคดีที่ที่บ้านผนังหนา

3. ไปอาบน้ำ ใช้วิธีนี้เมื่อทำงานรอบหลังกินข้าวเย็นจนเหนื่อยสมองและเมื่อยแขน กระโดดเข้าไปอาบน้ำร้อนสักห้านาทีช่วยคุณได้ เสร็จแล้วเราทำงานต่อได้อีกสองชั่วโมงอย่างน้อย

4. ออนเอ็ม ไม่ต้องคุยมากเดี๋ยวจะไม่ได้ทำงาน (แต่เราก็คุยน่ะแหละน้า นิสัยเสีย) คุยนิดๆ หน่อยๆ พออัพเดตเพื่อนและเรื่องราวที่เมืองไทย พอเงยหน้าจากหนังสือแล้วเห็นเพื่อนที่ออนเป็นตัวเขียวๆ ในเอ็มนี่มันชื่นนนใจ (โรคจิต) คิดไปเองว่ามีคนอยู่เป็นเพื่อน

อ่านไอ้ชีทที่อยู่ตรงหน้านั้นแหละแต่บนจอออนเอ็มสุดชีวิต ฮ่าฮ่า สังเกต ตั้งรูปตอนรับปริญญาไว้ด้วยเป็นกำลังใจ (ยังไงก็ไม่รู้) ส่วนรูปครอบครัวอยู่หัวนอน

5. โทรหาที่บ้าน หรือเพื่อนสนิทๆ ก็ได้ ตอนอยู่ที่โน่นมันจะมีโปรโมชั่นของโวด้าโฟน โทรหนึ่งชั่วโมงคิดเพียงหนึ่งนาที แต่ใช้ได้เสาร์อาทิตย์ ถ้าวันธรรมดาต้องรอหลังทุ่มครึ่ง ไปจนเจ็ดโมงเช้า โทรเม้ากับพ่อแม่เป็นวรรคเป็นเวร เหมือนมีคนให้ระบาย ได้โอดครวญจนพอใจ

6. หาดอกไม้ประดับห้อง ทำงานเบื่อขึ้นมาหันไปมองดอกไม้ เพิ่มความสดชื่น...ซื้อสีสดๆ มาจะได้ช่วยให้ห้องมีชีวิตชีวา

7. ดื่มชาคาโมไมล์ แก้อาการวิตกกังวลก่อนนอน พอกินแล้วก็พยายามสงบสติอารมณ์ อะไรที่ยังไม่ได้อ่านก็ค่อยอ่านพรุ่งนี้ ยังมีเวลาๆๆ (ออกแนวสะกดจิตตัวเองเล็กน้อย)

นี่คือกาน้ำชาที่ใช้ประจำตอนอยู่โน่น (กับขวดแยมยี่ห้อประจำด้วย)

ทั้งหมดนั้นคือทำที่บ้าน แล้วถ้ามันยังเครียดอยู่ล่ะจะทำยังไง คำตอบคือ...ก็ออกนอกบ้านสิ!

แต่การออกนอกบ้านนั้นเราจะต้องค่อนข้างงานไม่รัดตัวเท่าไหร่ คือมีงานที่ต้องทำให้เสร็จแต่ยังพอมีเวลาเล็กน้อย เช่นหลังเจอซุป (โล่งใจเพราะส่งงานส่วนต่อไปให้ซุป กลุ้มใจเพราะซุปให้แก้งานที่ส่งให้คราวเก่า) เมื่อเป็นดังนั้นก็ไปกันเล้ย

1. ไปเดินเล่น ถ้าอยู่ที่นี่ก็ อาจจะเดินในเมืองหรือไปเดินหลังคอลเลจริมแม่น้ำก็ได้ ถ้าใครมีพื้นที่คอลเลจกว้างขวางท่านก็ย่อมมีสวนสวยๆ งามๆ ให้เดินบ้าง แต่ทุกเมืองก็จะมีความงามของมันแหละนะ

2. เข้าร้านกาแฟ แล้วก็นั่งไป...ร้านที่นี่ไม่มีไล่ลูกค้าถึงจะกินไปแค่แก้วเดียวก็เถอะ ทำอย่างงี้อาจจะได้งานอีกต่างหากถ้าพกหนังสือไปอ่าน เบื่อก็เงยหน้าขึ้นดูผู้คน วิธีนี้ใช้ได้ดีถ้าคุณอ่านที่ไหนก็ได้และไม่รังเกียจเสียงคุยกันและเสียงเพลงที่เปิดในร้าน

3. ช็อปปิ้ง ไม่ต้องซื้อเยอะหรือแพง แต่ซื้ออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ของชำหรือของใช้ประจำ อาจจะเข้าไปดูเสื้อผ้าว่ามันลดละยัง บางทีวินโดว์ช็อปปิ้งก็ทำให้หายเครียดไปเยอะแล้ว สำหรับเราชอบเดินตลาดนัดกลางเมือง แวะแผงหนังสือมือสอง ซื้อนิยายดองไว้สักเล่ม (รู้ว่าไม่มีเวลาอ่านแหงม) เล่มละปอนด์ก็แฮปปี้หลายแล้ว

3. กินข้าวกับเพื่อน ถ้ากินกะคอร์สเมต คุณก็จะได้ปรับทุกข์กันเพราะเรียนเหมือนกัน แต่ไม่มีอะไรคลายเครียดเท่ากินข้าวกะคนไทยอีกแล้ววว เม้ากันเป็นภาษาไทย ผลัดกันบ่นเพราะเรียนหนักมหาโหดเหมือนกันแต่คนละอย่าง ยิ่งถ้ายกโขยงไปบ้านคนใดคนหนึ่งแล้วทำกับข้าวกินด้วยกัน จะหนุกหนานยิ่งขึ้น

4. ไปค้างบ้านเพื่อน เอิ๊ก วิธีนี้ใช้ได้ผลกะเราจริงๆ พับผ่า ไปนอนบ้านคนอื่นเปลี่ยนบรรยากาศ ดูหนังในคอม เม้าๆๆ ตอนเช้าขี่จักรยานกลับบ้านมาทำงานต่อ รู้สึกว่ามีไฟขึ้น ฮ่าฮ่า ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ให้หนูไปสิงบ้านนะคะ

5. ไปเมืองอื่น ถ้าเมืองที่คุณอยู่มันทำให้หดหู่ เพราะเดินไปทางไหนก็ไม่วายคิดแต่เรื่องงาน เลี้ยวหัวมุมก็คอยแต่จะชนกับซุปอยู่ร่ำไป สละวันนึงทำเดย์ทริปไปเล้ย! รุ่นพี่เราชอบเข้าลอนดอน ช็อปปิ้ง บอกว่าเสร็จแล้วกลับมาหายบ้าเลย ทำงานต่อได้ แต่เมืองที่คุณไปไม่ควรไกลมากเพราะจะเหนื่อยจากการเดินทางเสียเปล่าๆ (ความจริงลอนดอนนั่นแหละเวิร์ก นั่งรถไฟ 45 นาทีถึง ไม่ควรไปเมืองที่บ้านนอกกว่าเมืองที่ตัวเองอยู่เพราะจะยิ่งหดหู่ห่อเหี่ยวเข้าไปใหญ่)

แถมรูปที่ลอนดอนรูปนึง Picadilly อันพลุกพล่าน


edit @ 2007/01/07 19:10:22